2006/Dec/07

ข้อความ : ข้อควรระวังของท่านผู้หญิง!!!!!!!

เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องของท่านหญิงแต่ท่านชายก็ยังไม่ควรพลาด

เพราะมันอาจจะเกิดขึ้น กับภรรยาหรือลูกสาวของท่าน!!!!

เมื่ออ่านเรื่องนี้จบแล้วกรุณาส่งเมล์ไปยังเพื่อนๆ พี่ๆ

น้องๆนของท่านเพื่อความปลอดภัยค่ะ

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ประมาณเดือนที่แล้ว

ที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่ง

หนึ่ง มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนแจกใบปลิว

ให้กับผู้คนที่เดินเข้ามาในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้

ในใบปลิวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และเธอไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นอีก

ในวันที่เกิดเรื่อง

ผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกจากห้างฯ เพื่อไปยังที่จอดรถเมื่อถึงที่จอดรถเธอ

พบว่ายางรถของเธอแบนไปข้างหนึ่ง

โชคดีที่เธอมียางสำรองและเครื่องมืออยู่ที่ท้ายรถ

เธอจึงเริ่มทำการเปลี่ยน

ยาง-ด้วยความไม่คุ้นเคย

ขณะนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งแต่งตัวภูมิฐาน

ถือกระเป๋าเอกสารผ่านมา เขาได้ยื่นมือเข้ามาช่วย

เหลือ เธอมีความยินดีมาก

และไม่เกิดความระแวงเนื่องจากการแต่งกายและการพูดจา

เขาจึงได้ทำการช่วยเหลือ

เปลี่ยนยางรถจนเสร็จ

หลังจากนั้นเขาได้เก็บเครื่องมือและกระเป๋าเอกสารของเขาไว้ที่หลังรถ

เธอ เธอขอบคุณเขาจากใจจริง และกำลังจะขึ้นรถไป

เขาเอ่ยขึ้นว่าขอติดรถไปลงที่รถเขา

ที่อยู่ทางข้างหลังห้างฯจะได้มั๊ย

เธอจึงเชิญเขาขึ้นรถไปด้วยกัน

และด้วยความแปลกใจ

เธอจึงถามว่าทำไปจึงไปจอดรถที่ด้านหลังของห้างฯ

เขาเล่าว่า

" เขาได้เจอเพื่อเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน

และได้นัดกันมาทานข้าวที่นี่

ขณะที่เขาเลี้ยวรถเข้ามาในห้างฯ เขาเลี้ยวผิดทาง และสายแล้ว

เขาจึงจอดรถไว้ทางด้านนั้น."

เธอรู้สึกเอะใจ

และจำได้ว่าเขาทิ้งกระเป๋าไว้ที่ด้านหลังของรถ เธอเริ่ม

รู้สึกไม่ดี แต่เนื่องมาจากความช่วยเหลือที่เพิ่งได้รับจากเขา

จึงไม่สามารถปฏิเสธได้ในทันที

เธอจึงบอกเขา

ว่า "เธอลืมซื้อของไปอย่างหนึ่งจะรีบไปรีบมา และบอกเขาว่า

เขาสามารถนั่งรอเธอในรถได้." หลังจากนั้น

เธอรีบลงจากรถ และเข้าไปในห้างฯ

เพื่อหารปภ. และเล่าเรื่องอย่างคร่าวๆ

รปภ.ได้เดินมากับเธอที่รถ

และพบว่าผู้ชายคนนั้นหายไปแล้ว

เธอเปิดท้ายรถเพื่อหยิบกระเป๋าเอกสารไปที่สถานีตำรวจ

ตำรวจได้ทำการเปิดกระเป๋า

(เพื่อที่จะหาเอกสารในการส่งคืน) และพบว่าในกระเป๋าเอกสารมี เชือก , มีด , และเทปกาวขนาดใหญ่

หลังจากนั้นตำรวจได้เช็คยางรถ

และพบว่าไม่มีอะไรผิดปกติกับยาง เพียงแต่ยางถูกปล่อยลมออกมาเท่านั้น

เธอเริ่มคิดว่า มันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากเธอมีลูกไปด้วย ?

หรือถ้าหากเธอขับรถไปส่งเขาที่หลังห้างฯจริงๆ

โชคดีอาจจะเป็นของเธอ แต่ถ้าหากผู้หญิงคนอื่นที่ไม่เอะใจล่ะ

จะเกิดอะไรขึ้น!!!!!!!!

เธอจึงทำใบปลิว

มาแจกเพื่อเป็นอุทาหรณ์

...... จงจำไว้ถ้าหากเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น กรุณาเรียกรปภ.

และจงรออยู่ภายนอกรถในบริเวณที่มีคนผ่าน

ไปมา

หรือรออยู่ภายในรถที่ล๊อคแล้ว.......


เราเคยได้อ่านเมล์ที่ได้รับการ fwd: เกี่ยวกับอันตรายจากการขึ้นแท็กซี่ ซึ่งไม่ค่อยได้ใส่ใจเท่าใดนัก เพราะปกติเป็นคนไม่ขึ้นแท็กซี่อยู่แล้ว จนกระทั่งเกิดขึ้นกับตนเอง แบบสดๆร้อนๆ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 ธ.ค. 2549 เวลา 15.20-15.24 น. โดยประมาณ (กลางวันแสกๆ)
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เรามีนัดกับเพื่อนๆสมัยเรียน ป.ตรีด้วยกัน ประมาณ บ่าย 2 โมงที่เดอะมอล์บางกะปิ (เพื่อฉลองสละโสดให้เพื่อนเรา อิอิอิ)
แต่ช่วงเช้า เราแวะเข้ามหาวิทยาลัยก่อน และกะว่าจะออกจากมหาวิทยาลัย แล้วตรงไปยังที่นัดหมายกับเพื่อนๆ จึงไม่ยอมให้แฟนมาส่ง แต่เนื่องจากติดพัน จึงทำให้เราออกจากมหาลัย late ไปจากที่นัดไว้ประมาณ ชั่วโมงนึง ฉะนั้น เราจึงตัดสินใจจะนั่งแท็กซี่ไปเพื่อให้ทันนัด ก่อนที่เพื่อนๆจะแยกย้ายกัน
ก่อนที่จะออกจาก ม. เราได้คุยกับพี่ที่ทำงาน (เราทำงานที่ ม.) ด้วยกันว่า วันนี้จะนั่งแท็กซี่ไปเดอะมอล์บางกะปิ กลัวโดนปล้น เลยฝากตังค์ไว้ก่อน และเอาไปกะพอค่ารถ (แบบคิดว่าไม่ไว้ใจพวกแท็กซี่เท่าใดนัก) จากนั้น เราจึงออกมายืนคอยรถ เพื่อออกนอกมหาลัย ประมาณ 5 นาที ไม่ทันใจ เราเลยรบกวนพี่ที่ทำงานด้วยกันขับรถมาส่ง หน้ามหาลัย (ขณะนั่งอยู่กับพี่ เราก็บอกพี่เค้าว่า วันนี้เราจะนั่งแท็กซี่ ไม่ชอบเลย เพราะไม่ไว้ใจ แต่พี่เค้าบอกว่า กลางวันไม่น่าอันตรายเท่าไหร่
พอดีกับที่พี่เค้ามาส่งหน้า ม. ก็เห็นรถแท็กซี่ จอดรอผู้โดยสารอยู่แล้ว เป็นรถยี่ห้อโตโยต้า ไม่ทันสังเกตรุ่นและทะเบียน แต่น่าจะประมาณ colona (มั้ง) สภาพรถกลางเก่า กลางใหม่ แล้วรูปคนขับก็หน้าตาตามรูปขาวๆ หน้าตาถือว่าดี ยังคิดว่า สงสัยแต่งรูปละมั้ง ถึงได้ดูดีกว่าตัวจริง แต่คนขับผิดดำแดง อายุประมาณ 30 ต้นๆ..จากการสังเกตเบื้องต้น คิดว่าน่าจะไปได้เร็ว...เนื่องจากรีบสุดๆ เราก็บอกขอบคุณพี่เค้าและรีบโบกแท็กซี่คันนั้นเลย...
พอขึ้นนั่งแท็กซี่ปุ๊บก็คุยโทรศัพท์ธุระกับเพื่อนอีกคน (เรียนด้วยกัน)ที่ไม่ได้มาร่วมนัด เนื่องจากติดธุระ เผื่อจะฝากอารัยถึงเพื่อนๆที่นัดเจอกัน...
จริงๆ เรากะว่า จะโม้ยาวซักหน่อย เนื่องจากระยะทางไกล จาก คลอง 5 รังสิต-นครนายก ไปเดอะมอล์บางกะปิ อย่างเร็วสุดก็ประมาณ 40 นาที แต่เหมือนสายตาเหลือบเห็นการขยับตัวเพื่อปรับแอร์ของคนขับแท็กซี่ ทำให้เรานึกถึงกฎการขึ้นแท็กซี่ได้ เราจึงขอยุติการคุยโทรศัพท์กับเพื่อน (น่าจะคุยได้ประมาณ นาทีเดียวเอง) และกะจะโทรบอกแฟนว่า เรากำลังนั่งแท็กซี่อยู่ และจะไปถึงที่บางกะปิ อีกประมาณ 40 นาทีข้างหน้า แบบว่าถ้าไม่ถึง ให้ทำอารัยสักอย่างได้เลย เพื่อเป็นการขู่ให้แท็กซี่รู้ว่า ที่เรานั่งแท็กซี่เนี่ยะ มีคนรู้น่ะ ประมาณนั้น....
....แต่ยังไม่ทันวางหูดีเลย ก็รู้สึกว่าคนขับแท็กซี่เปิดแอร์แรงมาก เพราะลมปะทะจมูก รู้สึกแสบจมูกนิดนึง ก่อนจะรู้สึกมึนหัวเหมือนจะเมารถ ช่วงขณะนั้นก็กะจะโทรหาแฟน พร้อมกับเริ่มมองหาทะเบียนรถตามประตู แต่เหมือนไม่เห็นมี... และเบอร์แฟนไม่ได้อยู่ลำดับการโทรออกล่าสุด จึงต้องไล่เบอร์นิดนึง...
..แต่ระหว่างที่กำลังจะไล่เบอร์ อาการมึนหัวเหมือนมันมีมากขึ้น และในใจวูบนึกถึง fwd:เมล์เกี่ยวกับภัยแท็กซี่ที่เคยอ่านทันที จึงบอกกับคนขับแท็กซี่ว่า พี่ช่วยเบาแอร์หน่อยมันแรงมาก และมึนหัว คนขับแท็กซี่ก็เบามา 1 ระดับ คือ จากระดับ 4 ลดมาเหลือระดับ 3 พอเหลือบเห็นแล้ว และยังมึนหัว เหมือนอาการมากขึ้น เราก็พูดอีกว่า พี่ช่วยปิดแอร์เลย รู้สึกมึนหัวมาก จะให้เปิดกระจกรถแทน แล้วคนขับแท็กซี่ก็ตอบสั้นๆออกมาว่า แดดมันร้อน ปิดไม่ได้ และเราก็เริ่มรู้สึกมึนหัวหนักขึ้น..
..แต่ด้วยความมองโลกในแง่ดี และด้วยความเป็นผู้โดยสารที่ดี (ก็ยังไม่ได้กดโทรหาแฟนสักที ในระหว่างที่พูด เพราะมันเร็วมาก) สายตาก็มองไปเห็นว่า จะถึงด่านเก็บตังค์ทางด่วนสายธัญบุรี-ลำลูกกา ในอีกไม่เกินนาทีหรือ 2 นาทีนี้แล้ว จึงหยิบตังค์ ซึ่งเตรียมอยู่ในกระเป๋าเล็กข้างนอก แต่มือหยิบได้แค่ แบงค์ยี่สิบ 1 ใบ และมือก็ควานหาเหรียญ 10 บาท (เนื่องจากมีทั้งเหรียญบาท 5 บาท และเหรียญ 10 ปนกันในกระเป๋า) แต่มือเริ่มลน หัวเริ่มมึนหนัก หาเหรียญไม่เจอแล้ว ก็เลยหยิบกระเป๋าตังค์มา หยิบแบงค์ยี่สิบมาอีกใบ พร้อมกับบอกคนขับแท็กซี่ว่า พี่เดี๋ยวจะขอลงจากรถแล้ว มึนหัว มันก้อหันมามอง และถามว่า จะลงตรงนี้เนี่ยะเหรอ เราบอกว่า ใช่ค่ะ (ยังพูดเพราะอยู่) แล้วเราก้อบ่นออกมาเสียงดังว่า มึนหัวจัง จะอ๊วกแล้ว และพูดกับมันว่า พี่เดี๋ยวจะลงตรงนี้เลยน่ะ พร้อมกับยื่นแบงค์ยี่สิบ 2 ใบ เพื่อให้จ่ายค่าทางด่วน เพราะกำลังจะเข้าช่องจ่ายตังค์ค่าทางด่วนแล้ว มันก้อหันมาและพูดว่า น้องอย่าเพิ่งลง เดี๋ยวพี่ค่อยชิดขอบทางให้ จอดตรงนี้มันขวางรถคนอื่นเขา แต่ชั่วขณะที่มันเปิดกระจกรถและให้จ่ายตังค์นั้น เราก็เหลือบเห็นค่าแท็กซี่ ประมาณ 50 กว่าบาท ไม่แน่ใจว่า 57 หรือ 5 อารัย...แล้วก็น่าจะเป็นเบอร์คิว คือเลข 957 หรือ 597 ก้อจำค่อยได้อีก.. รู้แต่ว่า ขอลงก่อน จะไม่ไหวแล้ว มันมึนหัว เหมือนจะอ๊วก พอเราลงจากรถได้แล้ว จำไม่ได้ว่า ได้ปิดประตูรถหรือเปล่า เราก้อนึกว่า เหมือนมันบอกจะจอดชิดขอบทางให้ ก็นึกว่า มันจะจอดขอบถนนช่วงระหว่างถนน (เส้นให้จอดได้) กะจะรับเงินทอนและจ่ายค่าแท็กซี่ (เรายังใจดีอีก) แต่รถมันก็วิ่งไปเลย...โดยไม่ทอนและไม่รับค่าแท็กซี่...แล้วเราก้อรู้สึกว่า ต้องกดโทรศัพท์หาแฟน (ยังห่วงการโทรหาแฟนอยู่) แต่รู้สึกเริ่มโอนเอน มือสั่น ตัวสั่น แต่ก้อก้าวได้ประมาณ 5-6 ก้าว ให้พอพ้นช่องจ่ายค่าทางด่วน แล้วเราก้อรู้สึกเหมือนจะล้ม แล้วก็เหมือนเห็นพี่ผู้หญิงที่เก็บทางด่วน เปิดประตูออกมา หิ้วไหล่ข้างขวาไว้ และพี่ผู้ชาย วิ่งมาจากอีกช่องของทางด่วน วิ่งมาหิ้วไหล่ข้างซ้ายไว้ พร้อมกับได้ยินเสียงผู้ชายและผู้หญิงถามว่า น้องเคยเป็นโรคอะไรหรือมีโรคประจำตัวหรือเปล่า และเหมือนได้ยินเสียงผู้ชายพูดว่า น้องมือสั่นใหญ่แล้ว และเหมือนตะโกนว่า ให้วอร์เรียกรถพยาบาลด่วน เหมือนได้ยินเสียงตะโกนซ้ำๆ 2-3 ครั้ง ชั่วขณะนั้น เหมือนเราจะเริ่มพับลงพื้นแล้ว แต่มือก็ยังพยายามจะกดหาแฟน แขนข้างซ้ายยังคงคล้องกระเป๋าถือไว้ แมือซ้ายที่จะกดโทรศัพท์ แต่!! โทรศัพท์เริ่มหล่นจากซื้อข้างซ้าย กระเป๋าตังค์ (ที่ควักจ่ายค่าแท็กซี่) เริ่มจะหล่นเหมือนกัน เห็นลางๆว่า พี่ผู้ชายที่หิ้วไหล่ข้างซ้าย ช่วยเก็บมันใส่ในกระเป๋าถือ เพราะยังไม่ได้ปิดซิปเลย แต่เหมือนจิตสำนึก เราก้อยังเกรงใจ และคิดว่า เดี๋ยวก้อคงหายมึน เพราะกำลังจะโทรหาแฟนให้มารับแล้ว...จึงบอกออกไปว่า ไม่เป็นรัย จะโทรหาแฟนมารับ เหมือนพูดซ้ำๆ แล้วเหมือนได้ยินเสียงผู้หญิงบอกไม่เป็นรัยๆ เดี๋ยวจะพาไปพักที่ห้อง ไปนอนในห้อง office ของด่านเก็บตังค์ แล้วพี่ที่นอนอยู่แล้วก้อเอายาดมมาให้ดม เราไม่ได้กลิ่นอารัยเลย จนสักครู่ ก็เริ่มได้กลิ่น รู้สึกเป็นกลิ่มแอมโมเนีย และเหมืนมีแรงพอที่จะกดโทรศัพท์หาแฟน (ยังนอนอยู่) เพื่อบอกให้มารับ และโทรบอกเพื่อนๆว่า คงไม่ได้ไปแล้ว เพราะลงจากแท็กซี่แล้ว...
.........นี่แหละ ภัยของแท็กซี่ที่เราเจอมาสดๆร้อนๆ แล้วก็ กลางวันแสกๆด้วย...ตอนแรก เรานึกว่า คงนานมั้ง แต่มันเหมือนไว้มากน่ะ แต่พอช่วงเย็น (หลังจากที่เรากลับห้องแล้ว) เราก็นึกย้อนหลัง ว่า พอเราขึ้นนั่งปุ๊บ ก็บังเอิญคุยโทรศัพท์ปั๊บ ช่วงเวลาที่โทรออกหาเพื่อน กับช่วงเวลาที่โทรให้แฟนมารับ (หลังจากที่นอนพักในตู้นอนของพี่ๆสักครู่) มีระยะห่างแค่ 9 นาทีเอง ฉะนั้น มันถึงเร็วมาก ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย....

....ปกติ..เป็นคนที่ขึ้นนั่งแท็กซี่ สักครู่แล้ว ค่อยสังเกตและจดชื่อ+หมายเลขทะเบียน+หมายเลขคิว...จึงทำให้ติดนิสัย และทำให้เหตุการณ์การเกิดครั้งนี้ จึงไม่ได้หมายเลขทะเบียนรถแท็กซี่ เนื่องจากข้างในไม่มีทะเบียนรถ จำได้คลับคล้ายคลับครา แต่เบอร์รถ 957 หรือ 597 แต่เหมือนไม่เห็นมีชื่อ หรือมีแต่ตัวเล็ก สำหรับรถแท็กซี่คันนี้ เด่นที่สุดคือ เบอร์คิวรถ แล้วก้อรูปคนขับ
...........เหตุการณ์นี้ เกิดจากความประมาทไปนิด สำหรับการขึ้นแท็กซี่ เพราะมักคิดว่า ระยะทางไกล เดี๋ยวค่อยดูค่อยจดก็ได้ ...แต่!! จริงๆแล้ว ควรจดจำลำดับดังนี้
1.หมายเลขทะเบียน ก่อนจะโบกสอบถามว่าจะไปหรือไม่
2. ระหว่างสอบถามและบอกเส้นทางจะไปให้สายตาพร้อมเหลือบมองดูเลขทะเบียนรถก่อนว่า มีติดตามประตูรถหรือไม่ ถ้ามีครบ ก้อแสดงว่า ถูกต้องตามระเบียบ ไม่ค่อยมีปัญหา ถ้าไม่มีแล้ว ให้อดใจรอคันถัดไปเถอะ
3. ถ้าตามประตูรถมีหมายเลขทะเบียนที่ตรงกับทะเบียนรถ จากนอกตัวรถแล้ว ให้สังเกต ชื่อ-สกุล + หน้าตาในรูป + หน้าตาคนขับ ว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าไม่ตรงกัน ไม่ควรไป จะดีที่สุด
4. หากขึ้นมานั่งแล้ว อย่านึกว่าขอนั่งสบายก่อน เดี๋ยวค่อยจดและจำ ระยะทางอีกยาวไกล ค่อยจำก็ได้...ควรให้ทำการจดทันทีทุกข้อมูลที่จะทำให้พวกมัน เข้าไปอยู่ในคุก...หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น.....และโทรบอกปลายทางถึงข้อมูลที่จดทันที พร้อมกะเวลาโดยประมาณ เช่นกัน
5. หลังจากนั้น ค่อยนั่งสบายๆ สังเกตพฤติกรรมของมันต่อไป จนถึงปลายทาง....
...หรือ หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว ให้ไปรับการตรวจร่างกายก่อนจะดียิ่ง (แต่ของเราไม่ได้ไปตรวจ เพราะคิดว่า นิดเดียว และอีกแป๊บเดียว แฟนก็มารับ) เพราะจะทำให้เรามีหลักฐาน เช่น หากโดนลมยาอย่างแรงเหมือนเรา..จะได้พิสูจน์ว่า ตัวยาคืออะไรกันแน่??..เพราะฤทธิ์แรงมากๆๆๆ แค่ 3-4 หรือ อย่างมากไม่เกิน 5 นาที (ถ้าเปิดแรง เบอร์ 4 เหมือนเรา) คงเดี้ยงแน่นอน
......เรื่องราวของเราที่ประสบมา ถือว่า เราโชคดีมากๆ...ที่มันรีบลงมือ เพราะถ้าเกิดมันลงมือหลังจ่ายค่าทางด่วน เราก็ไม่รู้ว่า ตัวเองจะเป็นอย่างไรแล้ว!!! เพราะคิดว่ามันต้องไม่จอดให้แน่นอน เผลอๆจะ central lock อีก และเปิดไม่ได้ ที่สำคัญ!! ไม่มีเรี่ยวแรงทำอารัย แม้แต่จะพูดก็ตาม หรืออาจสลบไปเลยก็ได้ จากที่เราคำนวณจากเวลาการโทร.ของเราเอง ...เราคงโดนยาแค่ 1-2 นาที เท่านั้น...และที่มันจ่ายตังค์ค่าทางด่วน หากเรามองโลกในแง่ดี เชื่อมันว่าจะจอดชิดขอบให้ลง เราคงสลบแน่นอน....
............... อยากฝากเตือนภัย!!ให้เพื่อนๆได้บอกต่อๆไป สำหรับคนที่เราห่วงใย.......เพราะชีวิตนี้ ไม่รู้ว่า เราจะโชคดีได้สักกี่ครั้ง.......(เราเขียนเท่าที่เราจำได้ลางๆและนึกทบทวนย้อนหลัง)....
.....เหตุการณ์ เกิดระหว่าง เส้นทาง ณ คลอง 5 รังสิต-นครนายก วิ่งขึ้นวงแหวนรอบนอก ผ่านด่านทางด่วนธัญบุรี (ลำลูกกา คลอง 5)......
..........K~E~T...........หวังดีต่อเพื่อนๆทุกคน....


เรื่องของ "ในหลวง"

อ่านได้ตามลิ้งนี้คับ

เรื่องที่1 ความลับในหลวง ที่ชาวไทยอยากรู้ ....

เรื่องที่2 เรื่องเล่าจากองคมนตรี พระอัจฉริยภาพของในหลวง

วันที่ 5 ไม่ได้จุดเทียน ก็ขอนำเรื่องของท่านมาลงบล็อคแล้วกัน

เพราะวันนั้นผมยังไม่ได้นอน

ก็เรยออกไปช่วยงานที่บ้าน

ตั้งแต่วันที่ 4 พอวันที่ 5 ก็เรยมานอนยาวว

มาตื่นเอาตอนจุดพลุ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
จ๊าก.. ยาวไปไหนเนี่ย..

#1  by  Already Exist™ At 2006-12-07 20:28, 
ผมเป็นนักศึกษาปริญญาโท กำลังทำงานวิจัยเกี่ยวกับเว็บบล็อกอยู่
จึงใคร่ขอความร่วมมือจากท่านเจ้าของเว็บบล็อกนี้ ถ้าไม่เป็นการรบกวนกรุณาติดต่อกลับมาที่ greentea_sp@hotmail.com
ถ้าขอความนี้เป็นการรบกวนท่าน ผมก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ และก็ต้องขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับท่านที่ให้ความร่วมมือครับ
#2  by   (125.24.181.18) At 2006-12-07 21:27, 
ขอบคุณสำหรับเรื่องเตือนภัยนะคะ จะระวังตัวให้มากๆ ^^
#3  by  ~himawari~ At 2006-12-07 21:41, 
เคยเจอเรื่องที่เตือนกล้องในห้องน้ำ
เค้าบอกให้เราโทรหาใครก็ได้
จะได้เป็นการกวนสัญญาณ ภาพจะไม่ชัด หรือถ่ายไมได้เลย
คนเรา ทำไมไม่ดีต่อกัน
ก็ไม่เข้าใจ...
น่ากลัวเน๊อะๆๆๆ
วันนี้เพิ่งนั่งแท็กซี่
ไอบิจะนั่งรถแท็กซี่สหกรน่ะ ไม่อยากเสี่ยงง กัววว
#5  by  AiBikU At 2006-12-09 21:07, 

<< Home


°_ .- תּסּ††™ -. _°
View full profile