เรียนทุกท่าน
ผมเองเป็นก็คนนึงที่ได้อ่า Forward E-Mail หลายๆฉบับจากเพื่อนๆที่ได้รับความทุกข์ ความเดือดร้อน การหลอกลวง จนไม่น่าเชื่อว่าวันนี้ผมต้องมาเขียนจดหมายฉบับนี้เอง เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อคืนวันที่ 7 ธ.ค. 49 เวลาประมาณ 19.10น. ผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนหญิง(ซึ่งกำลังอยู่ในอาการตกใจ)เธอบอกว่ารถที่ขับมาเกิดอุบัติเหตุชนท้ายเขาและหม้อน้ำแตกไม่สามารถขับต่อไปได้ แต่มีตอนนี้มีรถยกคันนึงกำลังจะยกรถของเธอไปซ่อมให้ที่อู่(ฟังแล้วอาจดูดีแต่เหตุการณ์มิได้เป็นอย่างนั้น) ผมบอกเธอว่าอย่าไปและก็ให้โทรเรียกประกัน แล้วบอกรถยกด้วยว่าไม่ต้องไปไหนเพราะผมกำลังไป ผมก็เร่งไปที่เกิดเหตุพอไปถึงก็พบว่ามีผู้ชายยืนอยู่ 3 คน(เป็นคนของบริษัทประกัน 2 คน และ ชายขับรถยก 1 คน)และเพื่อนหญิงผม 1 คน มีรถยกจอดอยู่ 1 คัน(Toyota Mighty) มอเตอร์ไซด์ 1 คัน และรถเพื่อนหญิงผม 1 คัน(Toyota Vios) ที่เกิดเหตุคือ ถนนบางนา-ตราด (ขาเข้ากรุงเทพฯ ช่องเดินรถใต้ทางด่วน หน้าอาคารเดอะเนชั่น) จากการสอบถามเพื่อนหญิงผมว่าเกิดอะไรขึ้นก็ได้ข้อมูลว่า เธอได้ไปทำธุระที่บางพลีและกำลังมุ่งหน้ากลับบ้านซึ่งขณะขับกลับก็ขับมาด้วยความเร็วประมาณ 80-100กม/ชม.อยู่ช่องทางซ้ายสุด แล้วจู่ๆก็มีรถกระบะ Toyota ไม่ทราบรุ่น ไม่ทราบป้ายทะเบียน ลักษณะเป็นรถเก่าๆสีเขียวมีหลังคาและลูกกรงเหล็กคล้ายรถส่งของ ขับมาปาดหน้าและเบรกอย่างแรง(ทั้งๆที่ถนนโล่ง)ทำให้เธอชนท้ายอย่างแรงและรถคันนั้นก็ขับหนีไป ไม่นานก็มีรถยกขับเข้ามาและบอกว่ารู้จักกับตำรวจจะเป็นพยานให้และเคลียร์ให้ทุกเรื่อง แต่ต้องเอารถไปทำที่อู่เขาหากเคลมประกันไม่ได้ก็ให้เพื่อนหญิงผมสำรองจ่ายไปก่อนแล้วจะตามประกันให้ทีหลัง จากนั้นก็จัดแจงยกรถเองโดยไม่ได้รับ
ความเห็นชอบจากเพื่อนหญิงผม(เธอจึงตัดสินใจโทรหาผม ณ.จุดเกิดเหตุชายขับรถยกพยามพูดคุยกับผมแต่ผมก็ไม่คุยด้วยและเขาก็ทำเป็นช่วยพนักงานบริษัทประกันเปิดโน่นดูนี่วนเวียนไม่ไปไหน
ผมจึงคุยกับพนักงานบริษัทประกัน
ผม พี่มีรถยกมาบริการไหม
ประกัน มีครับกำลังมา
ผม อ้าวแล้วทำไมรถยกคันนี้ไม่ไปเสียที
ประกัน สงสัยเขาอยากได้ตังค์ เขาคงหากินอยู่แถวนี้และเราก็รอรถยกของบริษัทประกัน ระหว่างนั้นชายขับรถยกก็ยังคงอยู่และเดินวนเวียนไปมา ผมจึงตัดสินใจเดินเข้าไปเคลียร์เพราะเห็นว่ามันนานแล้วไม่ไปเสียที จึงตัดสินใจกำเงิน 100บ. ใส่มือไว้
หมายจะให้เป็นสินน้ำใจ
ผม ขอบคุณครับพี่ที่ช่วยลากเข้าข้างทางให้ไม่ได้พี่ก็คงแย่ นี่ครับน้ำใจเล็กๆน้อย (พร้อมยื่นเงินในกำมือไปให้)
ชายขับรถยก เท่าไร เท่าไร (น้ำเสียงหนักแน่น)
ผม อ้อไม่มาก...พี่รับแล้วไปดูเอาเองละกัน
ชายขับรถยก เท่าไร เท่าไร (น้ำเสียงเริ่มกวนตีน)
ผม อ้อ...ร้อยนึงครับ พี่ลากจากแค่เลนส์ซ้ายมาไหล่ทางแค่นี่เอง
ชายขับรถยก นี่เมียคุณหรือเปล่า (น้ำเสียงกวนตีน)
ผม แล้วมีปัญหาอะไรล่ะพี่ (ชักโมโห)
ชายขับรถยก ผมช่วยชีวิตคนจากกลางถนนมา คุณให้แค่นี้ไม่พอหรอก (มันช่วยตอนไหนเห็นแต่มันจัดแจงเองและจะเอาไปอู่มันด้วยซ้ำ)
ผม ถ้าพี่ไม่เอาก็ ขอบคุณละกันชายขับรถยก โถ่ขับรถคันเป็นแสน (น้ำเสียงกวนตีน)แล้วมันก็ขับรถออกไป
ข้อมูลที่ผมได้มามีดังนี้
นี่คือรถ Toyota Mighty สีขาว หมายเลขทะเบียน ผล7385 กทม. ที่มันใช้หากินขอให้ทุกท่านจำไว้และมันก็ได้ทิ้งนามบัตรไว้(ตอนมันมาทีแรก)กับเพื่อนหญิงผม มันเป็นของอู่ๆนึงซึ่งมันบอกจะลากไปซ่อมที่นั้นให้ แต่ผมขอไม่เปิดเผยเพราะอยู่ในช่วงการหาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่บอกได้แค่ว่าอยู่แถวๆสุขุมวิท 105 (ลาซาล) ชายที่เห็นทั้งหมดในภาพไม่มีชายคนขับรถยกอยู่เพราะทุกครั้งที่ผมพยายามถ่ายรูปเขาก็จะเดิน
หนี ในภาพมีแต่คนของบริษัทประกันสรุปคือหากท่านเจอเหตุการณ์แบบนี้หรือคล้ายๆกัน
ผมแนะนำให้ท่านทำคือ
1 เปิดไฟฉุกเฉิน ใส่เบรกมือ ออกจากรถแล้วล็อครถ
2 ไปอยู่ในที่ปลอดภัยหรือคนเยอะๆ โทรหาประกัน, ตำรวจ, ที่บ้าน, เพื่อนที่อยู่ใกล้
(ที่มาแล้วช่วยกันได้นะ)
3 ไม่ยอมให้ใครยกรถทั้งสิ้นยกเว้น ตำรวจ หรือ ประกัน
4 ใช้โทรศัพท์หรือกล้องถ่ายภาพเก็บไว้หลายภาพเพื่อเป็นหลักฐาน
5 ขับขี่รถด้วยความระมัดระวัง
ผมเองก็ไม่รู้ว่าหากเพื่อนหญิงผมไปกับมันโดยไม่โทรบอกใครหรือไปอู่ที่มันบอก แล้วเรื่องจะลงเอยแบบ
ใดผมไม่อยากคิด ผมคิดแค่ว่าที่ผมเรียนหนังสือมาเขาสอนให้ เราช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน
ยังไงก็ฝากเพื่อนๆส่ง E-Mail นี้ต่อๆกันไปนะครับจะได้เป็นข้อเตือนใจ ก่อนที่วันนึงท่านจะต้องมานั่ง
เขียน E-Mail
สุดท้ายขอขอบคุณบริษัทประกันที่มาทันเวลาและให้บริการที่ดีคือจะอยู่กับลูกค้าจนเสร็จสิ้นงาน
ขอแสดงความนับถือ
เลวจริงๆ
เรื่องจาก Forward Mail
เรื่อง สอนวิธีป้องกันการขโมยรถ
เรามีประสบการณ์มาเล่าให้ฟัง เรื่องเกี่ยวกับขโมยรถเนี่ยแหละ
คือ
ตอนเราซื้อรถมาใหม่ๆ ก็คิดอยาก
จะไปติดพวกอุปกรณ์กันขโมยต่างๆ แต่ไม่รู้จะติดอะไรดี
พอดีเพื่อนเรามีคนรู้จักคนนึง สมัยวัยรุ่น (วัยคะนอง)
เคยขโมยรถมาก่อน คือ พี่คนนี้ เค้าเคยลองเปิดล็อกรถเรา
โดยใช้แค่สายกีต้าร์เส้นเดียวเท่านั้น
แถมทำภายในไม่ถึง 1นาทีด้วยซ้ำ เรางงไปเลยอ่ะ
นี่ถ้าเป็นขโมยมาขโมยรถเราจริงๆคงจะหายไปแล้วหล่ะ
แต่รถเราไม่มีสัญญาณกันขโมยนะ
เราก็ถามเค้าว่าถ้าไปติดสัญญาณกันขโมยด้วย
จะขโมยยากกว่านี้หรือเปล่า เค้าบอกว่า เหมือนกันแหละน้อง
มีสัญญาณไม่มีสัญญาณ ไม่ถึงนาทีเหมือนกัน
แค่ตัดสายทิ้ง เสียงก็ไม่ดังแล้ว
เราเลยถามถึงล็อคเกียร์ และล็อคพวงมาลัย
ว่าจะเลือกใส
่อันไหนดี
คำตอบเค้าเรางงไปเลยนะ คือเค้าตอบว่า
ล็อคเกียร์ ก็ 5 นาที ล็อกพวงมาลัยก็ 5 นาทีอ่ะ โจรกระจอกๆ หน่อย
พี่ให้เต็มที่ 10 - 15 นาที เลย
ถ้าล็อคเกียร์พี่ก็ตัดหัวเกียร์ออก แค่นั้นก็ไปได้แล้ว
(คือใช้แค่ก้านเกียร์ที่เหลืออยู่ก็ขับได้) ถ้าล็อคพวงมาลัยยิ่งหมูเลย
ตัดก้านพวงมาลัยออกแป๊ปเดียวเสร็จ ง่ายมาก
ทางที่ดีที่สุดคือ ใส่ล็อกเบรค
จะขโมยยากที่สุด (ไม่ใช่ว่าขโมยไม่ได้ )
แต่..นานหน่อยอาจจะต้องใช้ครึ่งวันขึ้นไป
เหตุผลคือมันมีพื้นที่ให้เลื่อยตัวล็อคออกยาก
เพราะต้องก้มลงไปใต้คันเร่งแล้วก็เบรค
เราใส่มาแล้ว ราคาประมาณ 3000-4000 บาท
พี่คนนี้แหละแนะนำ ให้ไปใส่
เค้าบอกว่า ถ้าขโมยเห็นตัวนี้รับรองมันไม่มานั่งเสี่ยงขโมยรถเราหรอก
ไปเอาคันอื่นที่ง่ายๆดีกว่า
เห็นว่ามันค่อนข้างเป็น ประโยชน์กับเพื่อนๆ
เลยลองเขียนส่งมาให้อ่านนะ
ก็เอาใจผู้ หญิง ขับรถกันหน่อย
ถือซะว่าเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ละกันคับมะมีอะไรจาให้
มีแต่ใจดวงน้อย ที่นั่งพิมพ์อยู่เนี้ย เอารึป่าว ฮิ้วววววววววว (เน่าจริงๆ)
เรื่องทั้งหมดเครดิต กลุ๊ปYahoo คุณลูกแก้ว คับ
ช่วงนี้ใครที่มาเม้นผมแล้วผมไม่ไปเม้นให้ก็อย่าน้อยใจนะคับ
เพราะช่วงนี้หนู ม่ายฉาบายๆๆ (เสียงเหมือน "พอใจอ่ะ 55)
เจ็บคอ ไอ มีน้ำมูก(เขียวและเหนียว อี๋ๆ) ปวดหัว
ใครกินข้าวอยู่ให้ผ่านตรงนี้ไป คงไม่ทันแล้วแหะ 555+
ปายละคับ แค่กๆ (ไอเสียงดังๆ ไอไปปวดหัวไป เฮ้อ ตรูจาบ้าตาย)
ปล.จามีสาวๆมาให้อ้อนมั้ยน้อออออ ซิกๆ จาวาเลนไนแล้ว








